Sudoku Game

Sudoku บางทีอาจะสะกดว่า Su doku เป็นคำในภาษาญี่ปุ่น หมายถึง เป็นตารางปริศนาที่ต้องใช้ตรรกะในการแก้ปัญหา ซึ่งจะรู้จักกันในนามของ Number Place ในสหรัฐอเมริกา จุดประสงค์ของตารางปริศนาเนี้ก็เพื่อที่จะให้ใส่ตัวเลข 1 ถึง 9 ลงใชช่อง ตารางขนาด 9 x 9 และมีตารางย่อยขนาด 3 x 3 โดยที่จะเริ่มจากตัวเลขที่กำหนดให้แตกต่างกันออกไป (หรือเรียกว่า ตัวเลขให้มา) ในแต่ละแนวนอนและแนวตั้งในการเล่นเกมส์ปริศนานี้ต้องใช้ความอดทน และใช้ตรรกะ ช่องตาราง gird นี้จะทำให้นึกถึง ตารางปริศนาในหนังสือพิมพ์ เช่น ตาราง crosswords หรือว่า chess นั่นเอง Sudoku เริ่มพิมพ์เมื่อปี 1999 แต่มาเป็นที่รู้จักกันในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1986 และรู้จักกันในประเทศอื่น ๆ ในปี 2005
คำว่า Sudoku หมายถึง “ตัวเลขเดี่ยว” ซึ่งเลขในตารางปริศนา Sudoku นั้นใช้สำหรับความเหมาะสมของความสัมพันธ์ของเลขคณิต กับตัวเลข โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะของตัวเลข , รูปร่าง, สี สามารถใช้ได้โดยไม่ยึดกติกาใด ๆ โดยทำการเปลี่ยนแปลงกฎใด ๆ ผู้ให้กำเนิดเกมส์ปริศนาในนิตยสาร Dell โดยใช้ตารางตัวเลขปริศนา ในนิตยสารตั่งแต่เริ่มพิมพ์ เมื่อ 25 ปีก่อน จนกระทั่งเดี๋ยวนี้จุดสนใจของเกมส์จตัวเลขปริศนา ก็คือ กฎที่ง่าย แต่ถ้าใช้ในการแข่งขันก็จะมีระดับที่ยากขึ้น ได้มีอาจารย์แนะนำให้ใช้ Sunoco เป็นแบบฝึกหัดของการใช้ logic (ตรรกะ) และเหตุผล ซึ่งสามารถเลือกความยากง่ายของตารางเลขปริศนานี้ให้เหมาะสมกับผู้เล่นได้ ตารางปริศนานี้สามารถหาเล่นฟรีตามสำนักพิมพ์และสามารถให้คอมพิวเตอร์ gencrote ได้ 

เกมส์ปริศนา ประกอบด้วย ตารางขนาด 9 x 9 และมีตารางย่อยขนาด 3 x 3 ในบางช่องจะมีตัวเลขอยู่ซึ่งเป็นตัวเลขที่กำหนดมาให้ จุดประสงค์ก็คือ ให้เติมตัวเลขลงในช่องที่ว่างอยู่ 1 ตัวเลขต่อหนึ่งช่อง ดังนั้นในแต่ละแถวแนวตั้งและแถวแนวนอน จะประกอบไปด้วยเลข 1 – 9 ครบทุกช่อง โดยที่ตัวเลขจะไม่ซ้ำกัน และในแต่ละทอศทาง ก็จะไม่ซ้ำกันด้วย รวมถึงตารางย่อยก็ต้องมีเลข 1 – 9 โดยไม่ซ้ำกัน ดังนั้นคำว่า ตัวเลขเดี่ยว Single Number จึงเกิดขึ้นจากตารางเลขปริศนานี้สรุปกฏกติกาได้ 3 ข้อดังนี้

ตาราง 4 x 4
1. ตัวเลขที่เติมในแนวนอน ต้องเติมเลข 1-4 และต้องไม่ซ้ำกัน
2. ตัวเลขที่เติมในแนวตั้ง ต้องเติมเลข 1-4 และต้องไม่ซ้ำกัน
3. ทุกตารางย่อย 2 x 2 ต้องเติมเลข 1-4 และต้องไม่ซ้ำกัน
ตาราง 6 x 6
1. ตัวเลขที่เติมในแนวนอน ต้องเติมเลข 1-6 และต้องไม่ซ้ำกัน
2. ตัวเลขที่เติมในแนวตั้ง ต้องเติมเลข 1-6 และต้องไม่ซ้ำกัน
3. ทุกตารางย่อย 2 x 3 ต้องเติมเลข 1-6 และต้องไม่ซ้ำกัน
ตาราง 9 x 9
1. ตัวเลขที่เติมในแนวนอน ต้องเติมเลข 1-9 และต้องไม่ซ้ำกัน
2. ตัวเลขที่เติมในแนวตั้ง ต้องเติมเลข 1-9 และต้องไม่ซ้ำกัน
3. ทุกตารางย่อย 3 x 3 ต้องเติมเลข 1-9 และต้องไม่ซ้ำกัน


วิธีการแก้ปัญหา ในการแก้ปัญหาของตารางปริศนาตัวเลขนี้ จะประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอนคื อ Scanning , Marking up and Analysing

Scanning (มองกวาด หรือ ดูผ่าน ๆ ตา)
การมองกวาด จะเริ่มในตอนแรก จนถึงขั้นตอนของการแก้ปัญหา บางครั้งจะใช้การมองกวาดอยู่บ่อย ๆ ในขั้นตอนของการวิเคราะห์ ซึ่งเทคนิคในการมองกวาดมี 2 ขั้นตอนด้วยกันคือ 1. Cross-hatcing เป็นการ scan ไปตามแถวแนวนอนและแนวตั้ง เพื่อที่จะดูว่าแถวไหนมีตัวเลขอยู่และจะได้ตัดออกไป เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เร็ว เราจะ scan ตัวเลขตามลำดับ ตั้งแต่เลข 1 – 9 2. Counting การนับ 1 – 9 ในแถวแนวนอนและแนวตั้ง ในตารางย่อย และดูว่ามีตัวเลขไหนหายไป การนับที่ขึ้นอยู่กับตัวเลขสุดท้ายของการค้นพบ จะทำให้การค้นหานั้นเร็วขึ้น จะใช้ในกรณีที่ค่าของแต่ละช่องจะนับถอยหลัง , ในด้านตรงกันข้าม (ซึ่งจะใช้ในปริศนายาก ๆ ) ซึ่งจะต่างกับการ scanning ในแถวแนวตั้งและแนวนอน และในช่องย่อยว่ามีค่าไหนที่เราไม่เห็นแต่ยังเหลืออย
Marking Up
เมื่อเรา scan แล้วไม่สามารถจะเติมตัวเลขต่อได้ เราอาจใช้วิธีเรียกว่า การ Marking หรือการทำเครื่องหมายไว้ในช่องว่าง ซึ่งมี 2 วิธีที่นิยมกัน คือ การบันทึก (ทำเครื่องหมาย) และการเขียนเครื่องหมายไว้ข้างใต้ โดยที่ในการเขียนเครื่องหมายไว้ข้างในนั้น เราจะเขียนตัวเลขที่คิดไว้ว่าจะอยู่ในช่องนั้นอยู่ข้างใต้ช่อง แต่ข้อเสียของมันก็คือ ส่วนใหญ่แล้วตารางปริศนาที่มีอยู่ตามหนังสือพิมพ์นั้นจะเล็ก ไม่สามารถที่จะเขียนตัวเลขข้างใต้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้วิธีนี้ ก็อาจจะทำการ copy ตารางปริศนาตัวเลขให้ใหญ่ขึ้น หรืออาจติดใช้ดินสอเส้นเล็ก และกบ หรืออาจจะใช้ดินสอกดก็ได้ ในส่วนการทำเครื่องหมาย อาจจะแทนด้วยจุด เช่น จุดบนมุมซ้ายแทน 1 มุมขวาล่างแทน 9 ซึ่งการใช้จุดนั้นมีประโยชน์สำหรับตารางปริศนาเล็ก เพราะฉะนั้นการใช้เครื่องหมายแทนตัวเลขนั้นต้องใช้ความชำนาญ เพราะการจุดผิดที่ หรือจุดที่เกิดขึ้นจากความประมาทและความไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เกิดความสับสนได้ เพราะฉะนั้นแนะนำว่าให้ใช้ดินสอในการทำเครื่องหมายจะดีกว่า
Analysing (การวิเคราะห์)
ในส่วนของการวิเคราะห์ มี 2 ขั้นตอน คือ การขจัด หรือตัดทิ้ง กับการ what – if ในขั้นตอนของการขจัดหรือตัดทิ้ง จะตัดตัวเลขออกจากช่อง ที่มีตัวเลขอยู่แล้ว ซึ่งอาจเป็นช่องเดียวหรือหลายช่องก็ได้ เพื่อที่จะได้เหลือตัวเลขน้อยลง หลังจากที่ใส่ตัวเลขเพิ่มลงไปเราก็จะทำการมองผ่าน (Scanning) อีกครั้ง เพื่อที่จะดูว่าเมื่อใส่ตัวเลขไปแล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หรือจะตัดอะไรออกได้อีกบ้าง เป็นขั้นเริ่มต้นของการตัดตัวเลขที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ใน set ของเลข 1 – 9 ผลสุดท้ายจะอยู่ในช่องที่ควรจะเป็น ซึ่งวิธีนี้เป็นวีที่ใช้ในการตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเราควรจะใส่ตัวเลขในช่องไหน หลังจากที่มีตัวเลขที่ให้มา ในแต่ละ set ซึ่งสามารถที่จะตัดตัวเลขที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากตารางย่อยได้

ขอบคุณข้อมูลจาก:

http://www.thaisudoku.in.th/

ฝึกเล่นได้เลยคะ

 

http://www.thaisudoku.in.th/

http://www.gamesforthebrain.com/thai/sudoku/

http://www.sudokunet.nl/

http://gamecenter.kapook.com/showfull-47510

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s